fbpx
apps
เมนู
volume_up
ข่าววันนี้

เจาะลึกส่งท้ายบอลโลก อะไรที่ฝรั่งเศสเหนือกว่าชาติอื่น?

เจาะลึกส่งท้ายบอลโลก อะไรที่ฝรั่งเศสเหนือกว่าชาติอื่น?

ทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จด้วยผลงานโบแดง เอาชนะโครเอเชีย ในรอบชิงชนะเลิศอย่างเด็ดขาดด้วยสกอร์ 4-2

นี่เป็นแชมป์สมัยที่ 2 ของฝรั่งเศส ต่อจากปี 1998 ใช้เวลาถึง 20 ปีในการเป็นแชมป์อีกครั้ง ขณะที่ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เฮดโค้ชของทีม กลายเป็นคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ที่เคยได้แชมป์โลกทั้งในฐานะนักเตะ และในฐานะเฮดโค้ช

ถือเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ ของฝรั่งเศส พวกเขาเล่นดีมาก ตั้งแต่รอบแรก และเอาชนะทีมใหญ่มาตลอดเส้นทาง จนมาปิดท้ายด้วยการชนะโครเอเชียอย่างสวยงาม

หลังจบเกม สื่อได้ทำการวิเคราะห์ว่า เพราะอะไร ฝรั่งเศส ถึงคว้าแชมป์โลกได้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยสรุปเป็นเหตุผล 6 ข้อ

******************

1) กองหน้าครบเครื่องที่สุด 

ในขณะที่อังกฤษต้องภาวนาอย่าให้แฮร์รี่ เคน เจ็บหรือป่วย ส่วนอุรุกวัย ถ้าไม่มีคาวานี่ ก็เห็นชัดเจนว่า ทีมเจาะคู่แข่งไม่เข้าเลย แต่กับฝรั่งเศส พวกเขามีอาวุธในเกมรุกครบมือ

นักเตะแต่ละคน พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในเวทียุโรป และที่สำคัญมีกองหน้าหลายสไตล์มาก ถ้าต้องการเล่นลูกโด่ง คุณมีโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ถ้าต้องการความเร็วจัดจ้าน มีเอ็มบัปเป้ มีเดมเบเล่ หรือถ้าต้องการใช้เทคนิคจังหวะฝีมือ ก็มีกรีซมันน์ กับ เฟคีร์ ซึ่งแต่ละคนทดแทนกันได้หมด

***********************

2) กองกลางสมดุล 

สองมิดฟิลด์ตัวหลักของฝรั่งเศส คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวรับอันดับหนึ่งของโลกตอนนี้ กับ พอล ป็อกบา กองกลางราคาแพงสุดในโลก ทั้งคู่เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญกลางสนาม ขณะที่คนอื่นๆที่หมุนเวียนกันลงก็เล่นได้ดีอย่าง แบลส มาตุยดี้ และ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ กับบาเยิร์น มิวนิค เช่นเดียวกับสตีเว่น เอ็นซอนซี่ ที่เราเห็นเดส์ชองส์ใช้งานบ่อยๆ เวลาต้องการปิดเกม

**********************

3) แนวรับมีคุณภาพ

อาร์เจนติน่า อาจจะมีแนวรุกไร้เทียมทาน แต่ปัญหาคือเกมรับของพวกเขาปวกเปียกมาก โดนเจาะเป็นหลุด โดนเจาะเป็นหลุด แต่กับฝรั่งเศส เกมรับมีความสมดุลมากทีเดียว คู่กลาง ราฟาแอล วาราน กับ ซามูเอล อุมติตี้ ลงเล่นกับสองสโมสรที่ดีที่สุดในโลก อย่างเรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า

ดาวรุ่งอย่างเบนฌาแม็ง ปาวาร์ด ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาอันตรายแค่ไหน เช่นเดียวกับแบ็กอีกฝั่ง ลูคัส เฮอร์นันเดซ ก็ไม่ก่อความผิดพลาดเลย แนวรับชุดนี้ปึ้กมาก

********************

4) พวกเขามีบทเรียนจากยูโร 2016

ในยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ใครๆก็คิดว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ยุโรปได้แน่ แต่สุดท้ายพอถึงรอบชิงก็แผ่วปลาย และพ่ายโปรตุเกส ซึ่งบทเรียนจากความเจ็บปวดในวันนั้น บ่มเพาะให้นักเตะแต่ละคนมีความนิ่งขึ้น เก๋าขึ้น

ฝรั่งเศส ในยูโรครั้งนั้น ในรอบชิงกับโปรตุเกส พอเห็นว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ บาดเจ็บตั้งแต่ครึ่งแรก ก็เริ่มได้ใจ และเล่นกันอย่างเลินเล่อ ซึ่งมาในบอลโลกครั้งนี้ พวกเขาไม่ก่อความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นอีกแล้ว และเล่นแบบเนี้ยบไปจนจบทัวร์นาเมนต์ ดูอย่างในนัดชิง แม้จะมีสกอร์ขึ้นนำขาดลอย 4-2 แต่ก็ยังเล่นเต็มร้อนระมัดระวังไม่ให้โครเอเชีย ขยับมาใกล้กว่านี้

**********************

5) ความสม่ำเสมอ 

ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสลงเล่นเกมทางการไป 24 นัด พวกเขาแพ้แค่ 2 เกมเท่านั้น 1 คือแพ้โปรตุเกสนัดชิงยูโร และ 2 คือแพ้สวีเดน ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แต่เกมที่เหลือ ฝรั่งเศสไร้พ่าย มันแสดงให้เห็นความแน่นอน และความสม่ำเสมอของทีม

ฝรั่งเศสชุดนี้ ไม่ใช่ทีมที่สามวันดีสี่วันไข้ ชนะ 3 นั แพ้ 2 นัด แต่พวกเขามาตรฐานสูงมาตลอดตั้งแต่เดส์ชองส์เข้ามาคุมแล้ว แถมระบบการเล่นก็ยังไม่เปลี่ยนมั่วซั่ว ด้วยระบบที่คุ้นเคย พวกเขาเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเอาชนะทุกทีม

*****************

6) มีอาวุธลับอย่างเอ็มบัปเป้ 

เอ็มบัปเป้ เพิ่งเคยลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับชาติ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทีมส่วนใหญ่นอกยุโรป อาจเคยเล่นกับเขาบ้างถ้าหากเจอกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง แต่ไม่เคยเจอแน่ๆ ในการสวมเสื้อทีมชาติ

หลายคนบอกว่า การที่ฝรั่งเศสไม่ได้แชมป์ยูโร นั่นเพราะพวกเขาไม่มีอาวุธไม้ตายอย่างเอ็มบัปเป้ แต่ ในบอลโลกคราวนี้ เจ้าหนูวัย 19 คนนี้ คืออาวุธที่โจมตีคู่แข่งทุกทีมจนป่วนไปหมด และเอ็มบัปเป้อย่าลืมว่าเขาเพิ่ง 19 ฝรั่งเศส ยังใช้งานได้อีกยาวๆ อย่างน้อยก็บอลโลกอีก 3 ครั้งเน้นๆ

***********************************

และนี่คือความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส ทีมสมดุล ครบเครื่องทุกจุด นักเตะหลายคนอายุยังน้อย เชื่อได้ว่า ฝรั่งเศสทีมนี้ ยังสามารถครองความยิ่งใหญ่ในโลกฟุตบอลไปได้อีกนาน