fbpx
apps
เมนู
volume_up
ข่าววันนี้

บัลลงดอร์คนต่อไป

คำถามนึงที่เกิดขึ้นมาควบคู่กับ “ทีมชาติใดจะได้แชมป์โลก?” ก็น่าจะเป็น “บัลลง ดอร์ ปีนี้จะเป็นของใคร ?” เพราะตั้งแต่เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ ทุกคนต่างมองว่าด้วยอิทธิพลของถ้วยแชมป์บอลโลกจะช่วยดลบัลดาลให้นักเตะชาตินั้นสมหวัง

ที่มีการกะเกณฑ์กันเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการผูกขาดรางวัลของ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สองสตาร์ดังของวงการ

โรนัลโด้ และ เมสซี่ เริ่มต้นปกครอง “อาณาจักรลูกบอลทองคำ” มาตั้งแต่ปี 2008 เบ็ดเสร็จถึงตอนนี้ 2 คนกวาดรวมกันไปแล้ว 10 สมัย และที่สำคัญกว่านั้นก็คือมันเป็น 10 สมัยรวด โดยไม่เว้นช่องไฟให้นักเตะคนอื่นได้ผงาดขึ้นมาเลย

เมื่อปีนี้คือปีแห่งฟุตบอลโลก จึงเกิดคำถามขึ้นอย่างที่จั่วหัวไปในบรรทัดแรก ด้วยความสงสัยว่า “หากนักเตะคนอื่นได้ครองแชมป์โลกในปีนี้ มันจะเกิดการเปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจหรือไม่?” เพราะเวลานี้ เจ้าของสิทธิ์ผูกขาด 1 ทศวรรษ ทั้งเมสซี่กับโรนัลโด้ต่างก็ร่วงตกรอบไปแล้ว

แรกเริ่มเดิมที กะเก็งกันว่าคนที่มีศักยภาพพอจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในหนนี้ก็คือ เนย์มาร์ เพราะมีฝีเท้ายอดเยี่ยมเป็นที่ยอมรับ แถมอยู่กับชาติใหญ่อย่างบราซิลที่ปีนี้มีขุมกำลังมีความพร้อมอย่างมาก

แต่กลับกลายเป็นว่า เล่นไปเล่นมา เป็นตัวเนย์มาร์เองที่เล่นได้ไม่โดดเด่นนัก ส่วนบราซิลก็ไปไม่ถึงดวงดาวเมื่อจอดป้ายที่รอบควอเตอร์ไฟนัล ด้วยฝีเท้าของเบลเยียม

สุดท้าย “เนย์” โบกมือลา โกปา มุนเดียล (บอลโลก) หนนี้ ด้วยสถิติยิง 2 แอสซิสต์ 1 ซึ่งดูน้อยเกินไป อีกทั้งยังไปเสียเครดิตจากการแสดงความเจ็บปวดที่ดูโอเวอร์แอ็กติ้งในทุกครั้งที่โดนทำฟาวล์ จึงทำให้เขาไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชมซักเท่าไหร่ เพราะถูกมองว่าไม่แมน

ส่วนความสำเร็จในระดับสโมสรกับเปแอสเช ที่แม้จะคว้าเทรบเบิลแชมป์มาครอง ทั้ง ลีก เอิง, เฟร้นช์ คัพ และเฟร้นช์ ลีก คัพ ทว่าภาพจำที่มีต่อเนย์มาร์ไม่เด่นชัดนัก โดยเฉพาะช่วงท้ายซีซั่นที่เขาบาดเจ็บต้องผ่าตัดพักยาว

สรุปแล้ว ขอฟันธงว่า เนย์มาร์ยังไม่ใกล้เคียงที่จะเป็น “บัลลง ดอร์ วินเนอร์” คนต่อไป

ทีนี้ก็คงเหลือแค่นักเตะที่ชาติตัวเองยังอยู่ในวงโคจรลุ้นแชมป์โลกกันอยู่ ซึ่งไล่เรียงแล้ว มีอยู่หลายคนทีเดียวที่มีโอกาส

แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ เล่นดีมาหลายปีแล้วกับต้นสังกัดสเปอร์ส โดยตลอด 4 ซีซั่นหลังสุด เขาไม่เคยยิงต่ำกว่า 28 ประตูเลย

กับฤดูกาลที่รูดม่านไปนั้น “เฮอริเคน” เล่นได้พีกทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงกลางถึงท้าย กระหน่ำไป 41 ตุง นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกก็ 30 ลูก เรียกได้ว่าเป็นสถิติที่สุดยอดเอามาก

ส่วนผลงานกับทีมชาติอังกฤษในครั้งนี้ ก็ถือว่ากำลังไปได้สวย หลังเมื่อคืนวันเสาร์ทัพ “ทรี ไลออนส์” เพิ่งโค่นสวีเดน ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

แม้จะยิงไม่ได้ในเกมที่แล้ว แต่เคนยังนำเป็นดาวซัลโวอยู่ที่ 6 ประตู ซึ่งหากอังกฤษผงาดคว้าแชมป์โลกได้จริงๆ และเคนงัดฟอร์มเด็ดออกมาในรอบที่เหลือพร้อมคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดได้ เขาก็มีโอกาสที่จะเป็นแข้งคนแรกในรอบ 10 ปี ที่สอดแทรกขึ้นมากระชากบัลลง ดอร์

นอกจากเคนที่อยู่ในความเป็นไปได้ ยังมี 3 แกนหลักของเบลเยียมอย่าง เอแด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ และ โรเมลู ลูกากู ซึ่งต่างอยู่ในช่วงฟอร์มพีก แต่เมื่อวัดกันแล้ว มิดฟิลด์จากเชลซีดูมีความเป็นไปได้มากกว่าเพื่อน
    แม้ระดับสโมสรจะไม่ได้พีกมาก แต่ต้องยอมรับว่า อาซาร์มีบทบาทอย่างมากกับผลงานของเบลเยียมในครั้งนี้ โดยเฉพาะเกมล้มยักษ์อย่างบราซิล 
    แม้ เดอ บรอยน์ จะเป็นคนยิงประตูสุดสวย แต่ภาพการทำเกม การเล่นอย่างสวยงามและทรงประสิทธิภาพของอาซาร์กลับเข้าตามากกว่า 
    หากเบลเยียมหักปากกาเซียนได้แชมป์โลกขึ้นมาจริงๆ และอาซาร์ยังรักษาฟอร์มเช่นคืนชนะแซมบ้าไว้ได้ ก็คงไม่น่าเกลียดซักนิดที่อาซาร์จะเป็นมุนษย์คนแรกในรอบ 1 ทศวรรษที่ได้ลูกบอลทองคำไปนอนกอด
    ถัดจากอาซาร์ ก็คงจะขาดความสมบูรณ์ไปอย่างแน่นอน หากไม่พูดถึง “แก๊งไก่” อย่าง อองตวน กรีซมันน์ และ คีลิยัน เอ็มบั๊บเป้

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทั้งสองคนมีส่วนอย่างมากในการพาฝรั่งเศสมาไกลถึงรอบรองชนะเลิศ

กรีซมันน์ยิง 3 แอสซิสต์ 1 ล่าสุดซัดเขี่ยอุรุกวัยตกรอบ ส่วนเอ็มบั๊บเป้ คือฮีโร่จากเกมชนะอาร์เจนตินา 4-3 ด้วยสถิติยิง 3 ประตู

ในรายของกรีซมันน์ ผลงานในระดับสโมสรถือว่าไม่แย่นัก เป็นรองแชมป์ลา ลีกา และแชมป์ยูโรปา ลีก ผลงานส่วนตัวยิง 19 ลูกในลา ลีกา รวมรายการอื่นๆ เบ็ดเสร็จ 29 ตุง

ส่วนเอ็มบั๊บเป้ ได้เทรบเบิลแชมป์ในประเทศกับเปแอสเช และกระทุ้งไปทั้งสิ้น 21 ลูก

เทียบชั่งน้ำหนักแล้ว ฝั่งกรีซมันน์ดูดีกว่าพอสมควร หากตราไก่ผงาดเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 สำเร็จ ถ้าเอ็มบั๊บเป้ไม่พีกจริงๆ ลูกบอลทองคำน่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของหัวหอกตราหมี

เคน, กรีซมันน์, เอ็มบั๊บเป้, ลูกากู, อาซาร์, เดอ บรอยน์ “ใครคือผู้ล้มบัลลังก์ทองของ โรนัลโด้ และ เมสซี่?”
    ว่ากัน ณ เวลานี้ที่รอบรองชนะเลิศยังไม่ลงเตะ ความเห็นส่วนตัว ยกให้ เคน, กรีซมันน์ และ อาซาร์ ดูดีกว่าคนอื่นๆ
    ทว่าหากเอาตำแหน่งแชมป์โลกเป็นที่ตั้งแล้วละก็ จริงๆ งานนี้ก็อาจมีม้ามืดโผล่ขึ้นวินได้เหมือนกัน
    ต้องไม่ลืมว่า นอกจากฝรั่งเศส, อังกฤษ และเบลเยียมแล้ว โครเอเชียก็คือหนึ่งในสี่ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกหนนี้ด้วยเช่นกัน 
    ถ้าโครเอเชียช็อกโลก คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ถามง่ายๆ เลยว่า “คุณนึกถึงใครเป็นคนแรก?” 
    ด้วยฝีเท้า ด้วยอิทธิพล และการทำงานหนักเพื่อทีม ลูก้า โมดริช คืออีกคนนึงที่ไม่อาจมองข้ามได้
แชมป์โลก + ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า 2 รายการนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีนักเตะซักคนที่ทำได้
    บัลลง ดอร์ คงมีสีสันและถูกจดจำในภาพใหม่ๆ ที่ไม่ได้จำกัดวงแค่โรนัลโด้หรือเมสซี่ และไม่ใช่แค่ผู้เล่นในตำแหน่งตัวรุกคอยล่าตาข่ายอย่าง กรีซมันน์, เอ็มบั๊บเป้ หรือ เคน 
    หากแต่เป็นมิดฟิลด์ที่เชิงสูง ทุ่มเท และคลาสซี่สุดๆ อย่างโมดริช 
    ผ่านมา 10 ปี หากจะเกิดการเปลี่ยนแปลงซักครั้ง ก็เอาให้มันดังระเบิดเป็นที่จดจำไปเลย 
    กลัวแค่อย่างเดียวว่ามันจะเข้าอีหรอบเดิม ว่าต่อให้ใครได้แชมป์โลก ก็ยังไม่มีสิทธิ์คว้าบัลลง ดอร์ มานอนกอด 
    เหมือนอย่างเหตุการณ์ในปี 2010 ที่เมสซี่ปาดหน้าเค้ก อีเนียสต้า แล้วก็ปี 2014 ที่โรนัลโด้ได้ไป โดยเขี่ยแชมป์โลกอย่าง มานูเอล นอยเออร์ ให้นั่งหงอยได้แค่อันดับ 3 น่ะซิ