fbpx
apps
เมนู
volume_up
ข่าววันนี้

5เหตุผลที่น่าเชียร์ให้โครเอเชียล้มฝรั่งเศส

เปิด 5 เหตุผลที่น่าเชียร์ให้ โครเอเชีย โค่น ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018

ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ฟาดแข้งกันมาถึงวันสุดท้ายแล้ว โดยคู่ชิงชนะเลิศในคืนวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส และทีมชาติโครเอเชีย

แน่นอนว่า ทัพ “ตราไก่” ถูกยกให้เป็นต่อขุนพล “ตาหมากรุก” อย่างไรก็ตาม นี่คือ 5 เหตุผลที่แฟนบอลควรเชียร์ให้ โครเอเชีย คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้

1. ชาติเล็กๆ ที่น่าภาคภูมิใจ

โครเอเชีย สร้างสถิติเป็นชาติที่มีประชากรน้อยที่สุดในรอบ 68 ปีที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึก ฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ ทั้งที่พวกเขามีประชากรในประเทศเพียง 4.17 ล้านคนเท่านั้น

ชาติสุดท้ายก่อนหน้านี้ที่มีประชากรเพียงน้อยนิดแต่เข้าถึงรอบชิงดำของศึก ฟุตบอลโลก ได้นั้น ได้แก่ อุรุกวัย ที่ทำได้ในปี 1950 โดยตอนนั้นพวกเขามีประชากรแค่ราว 2.4 ล้านคน ซึ่งในปีนั้นการตัดสินแชมป์แข่งกันแบบกลุ่ม และเกมสุดท้ายของกลุ่มที่ “จอมโหด” เจอกับ บราซิล เป็นเหมือนนัดชิงชนะเลิศพอดี

อุรุกวัย ได้แชมป์ในปีนั้นไปครอง และพวกเขาก็นับเป็นชาติขนาดเล็กเพียงชาติเดียวที่เข้าถึงรอบชิงดำแล้วสามารถได้แชมป์ไปเชยชม เพราะทั้ง ฮังการี และ สวีเดน ที่เคยไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศต่างก็ต้องผิดหวังในท้ายที่สุดกันทั้งนั้น

2. ใจสู้ต่อเวลาแค่ไหนก็ไม่หวั่น

โครเอเชีย ต้องเล่นต่อเวลา 120 นาทีมา 3 นัดติดตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย, รอบ 8 ทีมสุดท้าย และรอบรองชนะเลิศ

มิหนำซ้ำ ทั้ง 3 นัดที่ผ่านมา พวกเขายังแสดงให้เห็นถึงความใจสู้ หลังโดนคู่แข่งยิงนำก่อนทุกนัด เริ่มตั้งแต่โดน เดนมาร์ก ออกนำในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนตีเสมอ แล้วชนะดวลจุดโทษ เช่นเดียวกับนัดเจอ รัสเซีย ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

จากนั้นในเกมตัดเชือกพวกเขาก็โดน อังกฤษ ออกนำไปก่อนเหมือนกัน ก่อนจะมาตามตีเสมอ และยิงแซงชนะ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใจสู้สุดๆ

3. โอกาสสุดท้ายของ โมดริช, มานด์ซูคิช และ ราคิติช

ลูก้า โมดริช ได้รับการยกย่องอย่างมากกับฟอร์มการเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ และมีหลายเสียงที่บอกว่า กองกลางจาก เรอัล มาดริด สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นโอกาสหนสุดท้ายของ โมดริช ที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลก เนื่องจากเวลานี้อายุ 32 ปีแล้ว เช่นเดียวกับ มาริโอ มานด์ซูคิช รวมไปถึง อิวาน ราคิติช ที่อายุ 30 ปีแล้ว

4. กุนซือจากโนเนมกลายเป็นฮีโร่

ซลัตโก้ ดาลิช ได้รับคำยกย่องอย่างมากจากผลงานการคุมทีมมาสู้ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมชาติเมื่อปีที่แล้ว

กุนซือวัย 51 ปี สามารถเค้นฟอร์มของนักเตะออกมาได้ และมีการปรับเปลี่ยนแท็กติกที่ยอดเยี่ยมในแต่ละเกม รวมทั้งปลุกเร้าลูกทีมให้สู้ และเข้ากับแฟนบอลได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ดาลิช ยังแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาด หลังจัดการเฉดหัว นิโกล่า คาลินิช กองหน้าประสบการณ์สูง ออกจากทัพ “ตาหมากรุก” เพราะไม่ยอมลงสนามเป็นตัวสำรองในแมตช์แรกที่ชนะ ไนจีเรีย 2-0

5. โอกาสล้างแค้น 20 ปีที่แล้ว เพื่อคว้าแชมป์โลกสมัยแรก

ก่อนหน้านี้ผลงานดีสุดของ โครเอเชีย ในฟุตบอลโลกคือ ได้อันดับ 3 เมื่อปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ โดยเอาชนะ ฮอลแลนด์ 2-1 ในนัดชิงที่ 3

ขุนพลโครแอต ชุดนั้นมีนักเตะอย่าง ดาวอร์ ซูเคอร์, สลาเวน บิลิช, ซโวมิเนียร์ โบบัน และ โรเบิร์ต โปรซิเนสกี้ เป็นตัวชูโรง แต่ก็ต้องพ่าย ฝรั่งเศส ในรอบรองชนะเลิศ ทั้งๆ ที่ได้ประตูออกนำไปก่อน ก่อนโดน ลิลิยอง ตูราม กองหลังน้ำหอมซัดคนเดียวสองประตูให้ “ตราไก่” พลิกชนะ 2-1

นี่เป็นโอกาสที่ดีในการล้างแค้นของ โครเอเชีย และหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เป็นสมัยแรกของพวกเขา